จากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเครื่องบินสายการบินวันทูโก บินขึ้นจากท่าอากาศยานกรุงเทพฯ สู่ท่าอากาศยานภูเก็ตลื่นไถล
ออกนอกรันเวย์ไปชนกับกำแพงดิน พร้อมเกิดระเบิดตามมา 2 ครั้ง ทำให้เครื่องบินหักเป็น 2 ท่อน และมีไฟลุกไหม้ จนทำให้
มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 89 ราย และบาดเจ็บ 41 ราย เหตุการณ์นี้นับเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญ และเศร้าสลดแก่คนทั่วโลก ผู้เขียน
ขอแสดงความเสียใจแก่ญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทุกท่านและหวังว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกทั้งในประเทศไทยและ
ทุกที่ในโลกนี้ อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นเพียงแค่ความหวัง และหวังว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้จะเข้ามาตรวจสอบ ดูแล
เฝ้าระวัง ทุกกระบวนการที่เกี่ยวกับการบินทั้งหมด เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุร้ายเช่นนี้ขึ้นอีก
มีสิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนได้สังเกตจากการนำเสนอข่าวนี้ คือการตื่นตัวของผู้บริโภคเกี่ยวกับการทำประกันภัย เพราะผู้โดยสารเป็น
จำนวนไม่น้อยได้ทำประกันอุบัติเหตุเอาไว้ เพราะนอกจากผู้สูญเสียหรือได้รับบาดเจ็บจะได้รับการชดเชยจากบริษัทประกันภัย
ที่ทางสายการบินทำไว้แล้วนั้น ยังได้รับการชดเชยจากบริษัทประกันภัยที่ตนเองได้ทำประกันเอาไว้อีกด้วย ซึ่งในการประกัน
ภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล หรือการประกันภัยอุบัติเหตุสำหรับการเดินทางนั้น จะคุ้มครองในกรณีที่ผู้เอาประกัน
ภัยเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง ชดเชยค่ารักษาพยาบาลจากการเกิดอุบัติเหตุ เงินชดเชย
รายวันตลอดระยะเวลาที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ซึ่งความคุ้มครองต่างๆ นั้นขึ้นอยู่กับรายละเอียดแต่ละแผนประกันภัย
ซึ่งผู้เอาประกันภัยสามารถเลือกแผนประกันภัยที่เหมาะสมกับตนเองได้ แหล่งข่าวระบุว่า 67% ของผู้โดยสารชาวไทยได้ทำประกัน
ไว้ก่อนการเดินทางซึ่งนับว่าเป็นสัดส่วนที่สูง สถิติที่เปิดเผยออกมาพร้อมโศกนาฏกรรมในครั้งนี้จึงเป็นการยืนยันถึงแนวโน้มของวิถี
การเดินทางของผู้คนในยุคนี้ที่วางแผนรองรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้น |